love my baby
วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 2
ที่มาและความสำคัญ
ในปัจจุบันวัสดุที่เหลือใช้จากการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์มีมากขึ้นเรื่อยๆ และวัสดุบางประเภทมีมากในท้องถิ่นสามารถนำมาแปรรูปเป็นสิ่งของเครื่องใช้และนำไปจำหน่าย
ซึ่งใช้สอยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และสามารถนำมาประกอบเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้แก่ครอบครัว ซึ่งกะลามะพร้าวเป็นสิ่งที่หาง่ายในท้องถิ่น กลุ่มของข้าพระเจ้าจึงได้คิดนำกะลามะพร้าวมาทำโคมไฟจากกะลามะพร้าวและโมเสดกะลามะพร้าว
ซึ่งสามารถนำมาตกแต่งอาคารบ้านเรือนหรือสถานที่ต่างๆได้
และเกิดความสวยงามแก่ผู้พบเห็น
และยังได้นำกะลามะพร้าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากกะลามะพร้าวให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ของใช้จากกะลา
ที่มีหลายรูปแบบเราจึงสร้างสรรค์ของผลงานจากกะลามะพร้าวในรูปแบบใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์
มะพร้าวเป็นสิ่งที่หาง่ายในท้องถิ่น
และส่วนต่างๆของกะลามะพร้าวสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนเช่น
ผลอ่อนนำมารับประทานได้เนื้อมะพร้าวที่เป็นผลแก่นำไปปรุงอาหารและนำไปใช้ทำขนมได้หลายชนิดละใช้สกัดเป็นน้ำมัน
ส่วน เปลือกของมะพร้าวที่เหลือสามารถเอาไปแยกแล้วนำเส้นใยมาทำเชือก
ส่วนกะลามะพร้าวก็สามารถนำมาทำเป็นภาชนะและเป็นของใช้ภายในบ้าน
เพราะกะลามะพร้าวเมื่อขัดเงาจะมีความสวยงามมากซึ่งสามารถนำมาทำสิ่งประดิษฐ์ของใช้จากกะลา
เพื่อนำมาตกแต่งบ้านเรือนปละสถานที่ต่างๆก็จะทำให้เกิดความสวยงามแก่ผู้พบเห็นได้
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 3
ความเป็นมา
“มะพร้าว” เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกัน
เป็นอย่างดี เพราะในวิถีชีวิตของคนไทยได้นำมะพร้าว
มาผูกพันกับชีวิตประจำวันมากมายหลายอย่าง
นับแต่บัดนี้การนำ มาบริโภค ปรุงอาหารคาวหวาน การนำ
ส่วนต่าง ๆ
ของมะพร้าวมาใช้งานพิธีต่าง ๆ เช่น พิธีลงเสาเอก พิธีแห่ขันหมาก พิธีบวงสรวง
และงาน
บุญต่าง ๆ ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของมะพร้าวโดยละเอียดเราจะพบว่า
ทุกส่วนของต้นมะพร้าวสามารถ
นำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น
เช่น
ราก ใช้ทำสียิ้มผ้าและทำของใช้ทำเครื่องประดับบ้าน
เช่น ตะกร้า กระเช้าดอกไม้ กรอบรูป ฯลฯ
ลำต้น ใช้ทำเครื่องเรือนเฟอร์นิเจอร์
ไม้กระดาน ฯลฯ
ทางมะพร้าว ใช้ทำรั้ว ทำฟืน ฯลฯ
ใบมะพร้าว ใช้มุงหลังคา
ทำภาชนะใส่ของ หมวก ของเด็กเล่น ฯลฯ
ก้าน ใช้ทำไม้กวาด ก้านดอกไม้ประดิษฐ์ มู่ลี่ ตะกร้า ฯลฯ
รกมะพร้าว ใช้ทำเป็นของใช้ เช่น รองเท้า กระเป๋า หมวก กล่อง ฯลฯ
จั่นมะพร้าว ใช้ทา
โครงเรือ นำมาประดิษฐ์ของใช้ต่าง ๆ เช่น กรอบรูป
เชิงเทียน ฯลฯ
ผลมะพร้าว
ส่วนที่เป็นเส้นใย และขุย ใช้ทำเบาะเก้าอี้
ที่นอน พรมเช็ดเท้า เชือกผสมดินเพาะชา
ตอนกิ่งต้นไม้ฯลฯ ส่วนที่เป็นเนื้อใช้บริโภค น้ำ มะพร้าวใช้ดื่มแก้กระหาย ทำน้ำส้มสายชู
ฯลฯ
ส่วนของลูกมะพร้าวอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้
“กะลามะพร้าว” เมื่อถูกมนุษย์เอา
เนื้อออกไปรับประทานหมดแล้วก็เป็นเศษวัสดุที่ไม่ค่อยมีราคาค่างวดสักเท่าไรคนสมัยก่อนมากั
น าไปใช้
ทา เชื้อเพลิง
หรืออย่างดีก็คิดเอาไปทา เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น กระบวย โคมไฟ เป็นต้น
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 4
วัสดุ
ในการผลิตหัตถกรรมจากกะลามะพร้าว
ที่สำคัญ คือ กะลามะพร้าว ไม้ขี้เหล็ก ย่านลิเพรา น้ำมันชักเงา ดินสอ
1. กะลามะพร้าว ที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตหัตถกรรมจากกะลามะพร้าว
เป็นวัสดุที่สำคัญในการผลิต สามารถหาซื้อได้ในท้องถิ่น การซื้อมะพร้าวมี 2 ประเภท คือ มะพร้าวลูก และมะพร้าวซีก
การคัดเลือกมะพร้าวขึ้นอยู่กับรูปแบบผลิตภัณฑ์ มะพร้าวที่แก่จัดจะมีสีน้ำตาลสวยงาม
มีความหนา ความคงทน และแข็ง
2. ไม้ขี้เหล็ก การเลือกไม้ขี้เหล็กเพื่อมาประกอบเป็นด้ามกระบวย ทัพพี ช้อน
จะเลือกไม้ที่แก่จัดโดยสังเกตจากสีของไม้ ถ้าสีน้ำตาลเข้มไม้แก่จัด
ทำให้มีความคงทนและสวยงาม
3. ไม้ตาลโตนด การเลือกไม้ตาลเพื่อมาประกอบเป็นด้ามกระบวย ทัพพี ช้อน
จะเลือกไม้ที่แก่จัดโดยสังเกตจากสีของไม้
ถ้าสีน้ำตาลเข้มหรือค่อนข้างดำไม้แก่จัดทำให้มีความคงทนและสวยงาม
4. ย่านลิเพา การเลือกย่านลิเพาเพื่อนำมาผูกประกอบเป็นด้าม โดยเลือกที่แก่
โดยสังเกตจากความหนา เพื่อความคงทน
5. ด้าย มี 2 แบบ คือด้ายธรรมดา และด้ายเทียนน้ำมัน
ด้ายสองชนิดนี้ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ตัดเย็บ ด้ายธรรมดา
นำมาประกอบชิ้นงานให้เป็นผลิตภัณฑ์ ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่ต้องการ
และด้ายเทียนน้ำมันใช้สำหรับประกอบชิ้นงานเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ กำไล เข็มขัด
การเลือกซื้อด้ายเลือกโทนสีน้ำตาล สีดำ เพื่อให้กลมกลืนกับชิ้นงาน
และด้ายมีความเหนียว ความคงทน สำหรับด้ายเทียนน้ำมัน มีลักษณะพิเศษคือ
ผู้บริโภคนำมาสวมใส่แล้วจะไม่มีกลิ่นอับ และมีความแน่น เมื่อถูกเหงื่อหรือน้ำ
จะไม่ขาด
6. น้ำมันมะกอกใช้ทาบางๆ สำหรับผิวของกะลามะพร้าวหลังจากติดแบบร่างลงภายในของกะลามะพร้าว
ส่งผลให้ผิวของกะลาลื่น สามารถเลื่อยลุได้ง่ายกว่าเดิม
7. น้ำมันชักเงา การใช้น้ำมันชักเงาในการผลิตหัตถกรรมกะลามะพร้าวมีอยู่ 2
ชนิด ได้แก่ น้ำมันชักเงาชนิดสเปรย์ และน้ำมันชักเงาชนิดน้ำ
โดยน้ำมันชักเงาชนิดสเปรย์เหมาะสำหรับชิ้นงานที่มีขนาดเล็ก เช่น พวงกุญแจ ต่างหู
กระดุมเป็นต้น ส่วนน้ำมันชักเงาชนิดน้ำ ใช้ชักเงาสำหรับชิ้นงานขนาดใหญ่
เพื่อให้ชิ้นงานมีความเงางามมากขึ้น
สำหรับน้ำมันชักเงาสามารถหาซื้อได้ตามต้องตลาดทั่วไป
วัสดุสำคัญในการผลิต
คือ กะลามะพร้าวซึ่งมีมากในชุมชนและสามารถหาซื้อได้ง่าย สำหรับไม้ขี้เหล็ก
และย่านลิเพราเป็นวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่นบางครั้งอาจสั่งซื้อจากที่อื่น
ส่วนวัสดุอื่นที่สั่งซื้อจากท้องตลาดได้แก่ ด้าย น้ำมันชักเงา
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 5
เครื่องมืออุปกรณ์
การผลิตหัตถกรรมกะลามะพร้าวที่สำคัญได้แก่
เลื่อยกง เลื่อยฉลุ มีด มีดสำหรับตัดเชือก มีดสำหรับแกะเนื้อมะพร้าว ตะไปท้องปลิง
พร้า เหล็กไช ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1
แท่นเจาะไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิตหัตกรรมกะลามะพร้าวโดยแท่นเจาะไฟฟ้าจะใช้เจาะชิ้นงานบางตัวเท่านั้น
เช่น กระดุม พวงกุญแจ
2
มอเตอร์ขัด ใช้ขัดผิวกะลามะพร้าว ทั้งด้านนอกด้านใน
การใช้มอเตอร์ขัดสามารถลดเวลาในการทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น
3
เลื่อยฉลุ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป
เลื่อยฉลุใช้หลังจากที่นำแบบที่ต้องการฉลุติดลงผิวด้านในของกะลามะพร้าวแล้วใช้นำมันมะกอกทาทับอีกครั้งเพื่อให้ฉลุได้สะดวก
ไม่ฝืด และสามารถเพิ่มอายุการใช้งานของใบเลื่อยให้มีความคงทนยิ่งขึ้น
และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้อีกวิธีหนึ่ง
4
วงแขนไฟฟ้า มีลักษณะเป็นวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว มีรูวงกลมบริเวณตรงกลางเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว บริเวณขอบนอกมีลักษณะเป็นซี่เล็ก ๆ เหมือนฟันเลื่อย
สามารถหาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป
ใช้สำหรับการตัดขอบชิ้นงานให้เรียบก่อนขึ้นชิ้นรูปงาน
การใช้วงเขนไฟฟ้าผู้ใช้ต้องมีสมาธิ และมีความชำนาญเป็นอย่างมาก
และเหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง
5
สว่านเจาะ ใช้ประกอบชิ้นงานให้มีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะการเจาะรู
ของชิ้นงานเพื่อประกอบชิ้นงานให้เรียบร้อย ก่อนเจาะควรกำหนดจุดด้วยดินสอ
6.
เลื่อยกง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป
ใช้สำหรับตัดกะลาและตัดไม้ การตัดแต่ละครั้งต้องดูความคมของใบเลื่อย
ถ้าเลื่อยมีความคมการตัดรูปทรงต่างๆ จะมีความสวยงาม คม
7.มีด ใบเล็ก ใช้ขูดเปลือกมะพร้าว เพื่อให้กะลามีความเรียบ
8.มีดสำหรับตัดเชือก ใช้สำหรับตัดเชือก ต้องมีความคม
9.ตะไปท้องปลิง หาซื้อได้ตามร้านขายวัสดุก่อสร้าง ใช้สำหรับการถู
ขัดกะลาให้มีความเรียบ
10.
พร้า ใช้สำหรับผ่ากะลา และปอกเปลือกมะพร้าว ต้องมีความคม
11.เหล็กไช ใช้สำหรับเจาะกะลา ต้องมีความแหลมคม
12.
กระดาษทราย นำมาใช้ตกแต่งผิวกะลา ให้สะอาดเรียบร้อยต่อจากการขัดด้วยแผ่นเจีย
หรือ เครื่องขัด กระดาษทรายที่ใช้ 3 เบอร์ประกอบด้วย เบอร์ 60
เบอร์ 150 และเบอร์ 320 นำกระดาษทรายมาขัด
เริ่มจากเบอร์ 60 และเบอร์ 150 นำมาตกแต่งผิวให้เรียบ
และขัดด้วยเบอร์ 320 ซึ่งมีความละเอียดมากนำมาขัดแต่งผิวกะลาเป็นครั้งสุดท้าย
ผิวของกะลาจึงมีความเรียบสวย สะอาด พร้อมที่จะนำไปประกอบชิ้นงานต่าง ๆ
หรับการใช้กระดาษทรายผู้ใช้ต้องมีความชำนาญ
และสามารถสังเกตด้วยว่าควรใช้กระดาษทรายเบอร์ใด
จึงจะมีความเหมาะสมกับผิวของกะลามะพร้าวซึ่งทำให้ได้ผิวของกะลาตามที่ต้องการ
13.
ดินสอ ใช้สำหรับกำหนดจุดเพื่อเจาะรูในการประกอบชิ้นงาน
และร่างแบบสำหรับใช้ในการผลิตชิ้นงาน โดยใช้ดินสอตั้งแต่ 2 B ขึ้นไป เพราะสีดำสามารถมองเห็นได้ชัดกว่าดินสอธรรมดา
14.
คีม เป็นเหล็กปลายแหลม มีด้ามจับ
ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะต้องเก็บไว้ในที่แห้ง
เพราะหากชื้นจะทำให้เหล็กบริเวณปลายเกิดสนิม ส่งผลให้อายุการใช้งานลดลง
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 6
การออกแบบ
การออกแบบ เป็นสิ่งสำคัญ
และจำเป็นอย่างยิ่งในการทำผลิตภัณฑ์และพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ทุกชนิด
ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวต้องคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้
1 หน้าที่ใช้สอย
ควรให้มีหน้าที่ใช้สอยถูกต้องตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ สนองความต้องการของผู้ใช้
2 ความแข็งแรงของโครงสร้าง
เป็นความแข็งแรงที่เกิดจากโครงสร้างของเครื่องใช้ ซึ่งกะลา มะพร้าว จะมีรูปลักษณะตามผลมะพร้าวที่เกิดจากพันธุ์มะพร้าว
ดังนั้นในการออกแบบจำเป็นต้องเลือกพันธุ์ ชนิด อายุของกะลามะพร้าวด้วย
เพราะมะพร้าวบางพันธุ์กะลาจะมีความเปราะ แตกหักง่าย เช่น
มะพร้าวพันธุ์น้ำหอมกะลาจะเปราะบาง
3 ความสวยงามน่าใช้ เป็นลักษณะของรูปร่าง
ขนาด สี แบบน่าใช้สวยงามชวนให้ต้องการใช้ อยากซื้อ
4 ซ่อมแซมง่าย เป็นการออกแบบให้ซ่อมแซมแก้ไขได้ง่าย
ไม่ยุ่งยากที่จะต้องบำรุงรักษาเมื่อเกิดการชำรุดเสียหาย
5 ราคา
ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคว่าเป็นบุคคลกลุ่มใด มีกำลังการซื้อมากน้อยเพียงใด
ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะได้รับความนิยม
และชื่นชอบในลักษณะใดซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดถึงราคาจำหน่ายด้วย
6 กรรมวิธีการผลิต เป็นเครื่องชี้บอก
และกำหนดการออกแบบอยู่มาก ในการทำเครื่องใช้จากกะลามะพร้าว
เพราะส่วนใหญ่ยังจัดเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานคนผลิตอยู่มาก
7 ความปลอดภัย
เครื่องใช้ทุกชนิดจำเป็นต้องให้ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค วัสดุ
ที่นำมาประกอบในการผลิต
ต้องปลอดภัยต่อการใช้ เช่น ไม่มีเชื้อรา
วัสดุยึดชิ้นส่วนต้องไม่เป็นสารพิษละลายออกมา
8 การเก็บรักษา
รวมถึงการทำความสะอาดซึ่งต้องทำภายหลังจากใช้งานแล้วด้วยการล้าง
เก็บให้ถูกสุขลักษณะ ประหยัดเนื้อที่ สะอาดอยู่เสมอ กะลามะพร้าวมีคุณสมบัติที่ดี
คือล้างทำความสะอาดง่าย แต่ไม่สามารถนำไปตากแดดจัดได้นาน ๆ ดังนั้น
การเก็บเครื่องใช้จากกะลามะพร้าวควรเก็บในที่โปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก
ปัจจัยที่ผู้ออกแบบจำเป็นต้องคำนึงถึงในการออกแบบดังกล่าวนี้
จะเป็นเครื่องช่วยผลักดัน และส่งเสริมให้มีผลงานรูปแบบต่าง ๆ
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณภาพ เป็นที่สนใจของผู้บริโภค
แต่เครื่องใช้จากกะลามะพร้าวหนึ่งอย่าง
อาจไม่ต้องประกอบด้วยปัจจัยทุกข้อที่กล่าวมาก็ได้ จะมีส่วนประกอบของปัจจัยเพียง 3
ข้อก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแบบที่ช่วยสร้างความสมบูรณ์ คุณภาพ ประสิทธิภาพในการใช้งานและยังแสดงถึงความคิดริเริ่มอีกด้วย
ปัจจัยเพียง 3 ข้อ ก็เพียงพอต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นได้
ผลิตภัณท์จากกะลามะพร้าว 7
วิธีการผลิตโคมไฟ จากกะลามะพร้าว
ขั้นตอนที่ 1 คัดเลือกมะพร้าว
1. คัดเลือกมะพร้าวสำหรับทำดอกไม้กะลามะพร้าว
ใช้กะลาแก่จัดทรงกลมเนื้อหนา ขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง ประมาณ 12 ซม.
2. คัดเลือกมะพร้าวสำหรับทำเกสรใช้กะลาแก่ลูกเล็ก
(ซึ่งหายากพอสมควร) เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 – 6 ซม. จำนวน 5
ใบ
หมายเหตุ ใช้กะลาทั้งหมดประมาณ 15
ลูก ในการทำดอกไม้โคมไฟเพื่อปักแจกัน
ขั้นตอนที่ 2 ขัดผิวกะลา
นำกะลาที่คัดแล้ว
ขูดขุยให้เกลี้ยงตัดด้านบนเพื่อนำน้ำและเนื้อมะพร้าวออกให้เหลือเฉพาะเนื้อกะลา ต่อ จากนั้นนำไปขัดด้วยกระดาษทราย ขนาดเบอร์ 150 และ
320 ให้ผิวกะลาเรียบทั้งในและนอกตัวกะลา
ขั้นตอนที่ 3 ทำกลีบดอกไม้
1. นำกะลาที่ขัดผิวแล้วทั้งลูกมาวาดลวดลายกลีบดอก
(ดอกชบา) จัดฟอร์มดอกไม้ให้เท่ากัน และสวยงาม ดอกไม้ 1 ดอกใช้กะลา
2 ลูก ขนาดลดหลั่นกัน เพื่อทำกลีบดอก กลีบใน กลีบนอก
2. เจียรกะลาตามลายกลีบดอกที่วาดไว้
กรีดกลีบดอกพร้อมเส้นก้านกลีบให้มีศิลปะ (เหมือนดอก ไม้จริง)
3. นำกลีบดอกไม้ที่วาดลาย
มาเจาะรูลายดอก พร้อมทั้งเจาะกรีดลายกลีบดอกด้วยเลื่อยเล็ก
เพื่อความสวยงามและความอ่อนช้อยในงานศิลปะ
ขั้นตอนที่ 4 ทำฐานดอกไม้
นำไม้มะพร้าวหรือไม้เนื้อแข็งหนา
ประมาณ ½ ซม.
เจียรเป็นรูปทรงกลมเจาะรู้ตรงกลางกะขนาดให้พอดีกับฐานหลอดไฟ ประกอบชุดหลอดไฟฟ้าได้
ขั้นตอนที่ 5 ทำตัวดอกไม้ (ดอกชบากะลามะพร้าว)
นำฐานดอกไม้และกลีบดอกชบาแต่ละชุดมาประกอบเป็นดอกชบากลีบชั้นในใช้กะลาขนาด
เล็ก
กลีบชั้นนอกใช้กะลาขนาดใหญ่กว่า
สลับกลีบดอกให้มีศิลปะสวยงามนำส่วนประกอบทุกขั้นตอนมาประกอบเป็นโคมไฟจะได้โคมไฟกะลามะพร้าวที่สวยงาม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




